แยมสตรอว์เบอร์รีสูตรน้ำตาลน้อย

แยมสตรอว์เบอร์รีสูตรน้ำตาลน้อย

ปลอดกลูเตน • ปราศจากนม • คาร์บต่ำ • คีโตแคลอรี่ต่ำทำบนเตาอาหารเช้า • ของว่าง
ง่าย
35นาที
10กิโลแคลอรี่
30คน

MACROS

ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
gโปรตีน
gไขมัน
gคาร์โบไฮเดรต
gน้ำตาล
gใยอาหาร
รับ Kitchen Buddy ฟรี

ต้องการดูสารอาหาร (มาโคร) ที่แน่นอนสำหรับมื้อนี้ไหม? ดาวน์โหลดแอป Kitchen Buddy และปลดล็อกข้อมูลโภชนาการแบบเต็ม!

แยมสตรอว์เบอร์รีสีแดงสดใส หอมหวานกำลังดี ทำง่ายๆ ด้วยหม้อต้ม ใช้เจลาตินช่วยเซ็ตตัวและหญ้าหวานแทนน้ำตาล ดีต่อสุขภาพและประหยัดเวลา

ใครที่ชื่นชอบการทานขนมปังปิ้งในตอนเช้าแต่กังวลเรื่องน้ำตาลและแคลอรี ต้องห้ามพลาด แยมสตรอว์เบอร์รีสูตรน้ำตาลน้อย สูตรนี้เลยครับ! แยมสตรอว์เบอร์รีสูตรน้ำตาลน้อย กระปุกนี้ทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้านโดยใช้อุปกรณ์พื้นฐานอย่างหม้อต้มหรือกระทะไฟฟ้าธรรมดาๆ เคล็ดลับความอร่อยและเนื้อสัมผัสที่เนียนสวยทาบนขนมปังได้ง่ายคือการใช้เจลาตินเป็นตัวช่วยให้แยมเซ็ตตัว ซึ่งช่วยลดเวลาในการเคี่ยวแยมลงไปได้มากเมื่อเทียบกับวิธีแบบดั้งเดิมที่ต้องเคี่ยวนานจนน้ำตาลและเพกตินตามธรรมชาติทำปฏิกิริยากัน การเปลี่ยนจากน้ำตาลทรายมาใช้สารให้ความหวานอย่างสตีเวีย (หญ้าหวาน) ทำให้ แยมสตรอว์เบอร์รีสูตรน้ำตาลน้อย กระปุกนี้กลายเป็นเมนูโปรดสำหรับคนที่ทานคีโต ทานโลว์คาร์บ หรือผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก คุณจะได้รสชาติที่เปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นสตรอว์เบอร์รีแท้ๆ เต็มๆ คำ ยิ่งทานคู่กับขนมปังโฮลวีตปิ้งกรอบๆ หรือนำไปตักใส่โยเกิร์ตเป็นมื้อเช้าหรือของว่างก็เข้ากันได้ดีสุดๆ แถมยังทำเก็บไว้ในตู้เย็นทานได้ยาวๆ เป็นสัปดาห์เลยครับ

วัตถุดิบ

  • 1 กก. สตรอว์เบอร์รีแช่แข็ง (ประมาณ 5-6 ถ้วย)
  • 1 ช้อนโต๊ะ ผงเจลาติน
  • 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว (น้ำมะนาวประมาณ 1 ลูก)
  • 4 ช้อนโต๊ะ สารให้ความหวานสตีเวียชนิดผง (ปรับเพิ่มลดตามชอบ)
  • 1 หยิบมือ เกลือทะเล

วิธีทำ

  1. 1
    ในถ้วยใบเล็ก โรย ผงเจลาติน ลงใน น้ำเปล่า เย็น 3 ช้อนโต๊ะ พักทิ้งไว้ 5 นาทีเพื่อให้เจลาตินพองตัวดูดซับน้ำ
  2. 2
    ใส่ สตรอว์เบอร์รีแช่แข็ง ลงในหม้อต้มหรือกระทะไฟฟ้า เปิดไฟอ่อนถึงปานกลาง ปล่อยให้ผลไม้ค่อยๆ ละลายและเริ่มเดือดปุดๆ สามารถใช้ทัพพียีเบาๆ ให้ผลไม้แตกตัวได้ตามความหยาบที่ชอบ
  3. 3
    เมื่อ สตรอว์เบอร์รีแช่แข็ง ละลายและเดือดแล้ว ให้เติม น้ำมะนาว และ เกลือทะเล ลงไป คนให้เข้ากัน
  4. 4
    เคี่ยวส่วนผสมเบาๆ ต่อไปประมาณ 15 ถึง 20 นาที หมั่นคนเป็นระยะจนน้ำระเหยออกไปบางส่วน (ไม่ต้องเคี่ยวจนข้นเหนียวมากเพราะเราจะใช้เจลาตินช่วยเซ็ตตัว)
  5. 5
    ปิดเตาและยกหม้อลง ใส่ ผงเจลาติน ที่พองตัวแล้ว และ สารให้ความหวานสตีเวียชนิดผง ลงไปทันที คนอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจนกว่าเจลาตินจะละลายหมดในความร้อน
  6. 6
    ตักแยมที่ยังร้อนใส่โหลแก้วที่ลวกทำความสะอาดแล้วอย่างระมัดระวัง ปล่อยให้เย็นลงที่อุณหภูมิห้อง ก่อนนำไปแช่ตู้เย็น แยมจะเซ็ตตัวเป็นเนื้อเนียนสวยพร้อมทานเมื่อเย็นจัด

เคล็ดลับจากเชฟ

  • ควรเก็บแยมนี้ไว้ในตู้เย็นเสมอ เนื่องจากไม่มีน้ำตาลทรายที่เป็นสารกันบูดตามธรรมชาติ จะสามารถเก็บได้นานประมาณ 2-3 สัปดาห์
  • ความหวานของสตีเวียแต่ละยี่ห้ออาจไม่เท่ากัน แนะนำให้ใส่ครึ่งเดียวก่อน แล้วชิมรสชาติจากส่วนผสมที่ยังร้อน หากยังไม่พอใจค่อยๆ เติมเพิ่มทีละนิด
  • ห้ามนำแยมกลับไปต้มจนเดือดพล่านหลังจากใส่เจลาตินลงไปแล้ว เพราะความร้อนที่สูงเกินไปจะทำให้เจลาตินเสื่อมสภาพและแยมจะไม่เซ็ตตัว

สูตรอื่นที่คุณอาจชอบ

K
สูตรอาหารโดย
เชฟ Kitchen Buddy

คุณมีวัตถุดิบครบที่จะทำอาหารจานนี้แล้วหรือยัง?

ไม่ต้องเดา Kitchen Buddy จะติดตามวัตถุดิบในครัวของคุณเพื่อดูว่าคุณ "พร้อมทำอาหาร" หรือไม่ ขาดอะไรไป? เพิ่มลงในรายการช้อปปิ้งอัจฉริยะของคุณได้ในแตะเดียว

รับ Kitchen Buddy ฟรี